ด้วยความชอบส่วนตัว เลยเอามาลงไว้ค่ะถึงแม้จะออกโรงนานแล้ว น่ารักและสนุกมาก ความหมายดีค่ะลองไปหาดูนะคะ

The Tale of Despereaux – “ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คนอื่นมองว่าเราเป็น กับ สิ่งที่เราเป็น”




เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นที่ อาณาจักรดอร์ ซึ่งอบอวลไปด้วยเวทมนตร์ เสียงหัวเราะเฮฮาและซุปรสโอชา แต่แล้ววันหนึ่งหลังอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทำให้พระราชาและเจ้าหญิงหัวใจสลาย โดยที่มี "Roscuro" หนูท่อผู้รักการผจญภัยเป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมดอย่างไม่ได้ตั้งใจ และพระราชาประกาศให้ชาวเมืองทุกคนเลิดทำซุป และ “หนู” ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายของอาณาจักรแห่งนี้ ! นับแต่นั้นมา อาณาจักรดอร์ก็ตกอยู่ในความมืดมน แห้งแล้ง ประชาชนอยู่ในความเศร้าโศก สิ้นหวัง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


และอย่างที่ทุกเรื่องราวเคยเล่าต่อกันมาว่า “วีรบุรุษจะปรากฏตัวออกมาในเวลาคับขัน” ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ด้วยการถือกำเนิดขึ้นมาของ
“Despereaux” หนูตะเภาตัวเล็กจ้อยที่แปลกกว่าหนูตะเภาทุกตัวที่เคยมีมา นอกจากขนาดของใบหูทั้งสองข้างที่ใหญ่กว่าปกติแล้ว ความคิดของหนูน้อยตัวนี้ก็ดูจะใหญ่กว่าที่หนูตัวอื่นจะจินตนาการถึง ซึ่งด้วยความที่ Despereaux ไม่เคยกลัวสิ่งใดที่หนูตะเภาต้องกลัว นั่นทำให้เขาดูเหมือนจะผิดปกติในสายตาของหนูตะเถาด้วยกัน และทำให้เขาพบปัญหาที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความอ่อนแอและความกลัวอย่างที่เขา คิดว่าหนูตะเภาทุกตัวเป็น นอกจากนี้ Despereaux ดูเหมือนจะชื่นชมในเรื่องราวของเหล่าอัศวิน และ การเป็นสุภาพบุรุษ ดั่งเรื่องเล่าที่เขาได้อ่านมา



เมื่อเขาถูกไล่ออกจากเมือง ของหนูตะเภาเนื่องจากฝ่าฝืนกฎขั้นร้ายแรง Despereaux ก็ได้พบกับ Roscuro โดยบังเอิญ ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยพระราชา และเมืองนี้ โดยเฉพาะเจ้าหญิง ให้กลับมาปกติสุขอีกครั้ง แต่ก็อย่าคิดว่าจะง่ายนักเพราะนอกจากจะต้องแข่งกับเวลาในการช่วยชีวิตเจ้า หญิงที่ถูกจับตัวไปแล้ว ยังมีกองทัพหนูท่อสุดชั่วร้ายรอคอยพวกเขาอยู่ด้วย


ภารกิจ ครั้งนี้มันจะเปลี่ยนแปลงมุมมองของพวกเขาที่มีต่อกัน และโลกใบนี้ไปตลอดกาล พร้อมค้นพบว่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ก็สามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่เกินตัวได้ และเพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าบางครั้งความยิ่งใหญ่ของหัวใจ ใช่จะวัดกันที่ขนาดของสิ่งที่เราเป็นสะทีเดียว !!





The Tale of Despereaux เป็นอนิเมชั่นที่เพิ่งออกแผ่นในบ้านเราไม่นาน ทั้งยังเป็นการรวมเอานักแสดงชั้นยอดมาให้เสียงภาพย์ร่วมกันเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น “Matthew Broderick” ให้เสียงเป็น Despereaux ตัวเอกของเรื่อง “Dustin Hoffman” ให้เสียงเป็น Roscuro นอกจากนนี้ยังมี “Kevin Kline” , “Christopher Lloyd” , “Frank Langella” , “Richard Jenkins” , “Stanley Tucci” และรายสุดท้ายกับสาวน้อย Emma Watson ให้เสียงเป็น Princess Pea องค์หญิงแสนสวยในเรื่อง ด้วยดาราคุณภาพขนาดนี้จึงอดไม่ได้ที่จะหา อนิเมชั่นเรื่องนี้แบบดีวีดีมาชม (จริงๆก็คืออยากฟังเสียงน้อง Emma Watson นั้นแหละ ^^)

หลาย คนอาจจะเห็นโปสเตอร์ หรือ ตัวอย่างจากสื่อต่างๆมาบ้างแล้ว ซึ่งตอนที่เห็นรูปและตัวอย่างครั้งแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเป็นพิเศษ นอกจากเหล่านักแสดงที่เอามาให้เสียงภาพย์เป็นตัวละครในเรื่อง เพราะถ้าดูจากพล็อตเรื่องแล้วจะเห็นว่ายังไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่นัก กับเรื่องของการตามหาความฝัน การค้นพบตัวตนของตัวเอง และบทสรุปที่เดาได้ไม่ยาก แต่เมื่อได้ชมจริงแล้ว The Tale of Despereaux ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง อาจเรียกว่าดีกว่าที่คิดก็ได้ ทั้งงานด้านภาพยังจัดอยู่ในระดับที่ดี (แม้จะมีบางฉากที่ภาพดูขาดความเนียนบ้างก็ตาม ) แต่ ส่วนของการดำเนินเรื่องถือว่าทำออกมาได้น่าติดตามทีเดียว โดยเฉพาะในส่วนของเสียงบรรยายที่แทรกอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ที่นอกจากทำให้ต้องคิดตามแล้วยังช่วยเพิ่มมิติให้กับเหล่าตัวละครในเรื่อง ได้มากขึ้นอีกด้วย



ประเด็นหลายอย่างในเรื่องนี้ถูกนำเสนอออกมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของ “สิ่งที่เราเป็น” กับ “สิ่งที่คนอื่นมองว่าเราเป็น” ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันมาก และในเรื่องมันถูกนำเสนอออกมาในรูปของตัวละคร “Despereaux” ที่ตัวเขาคิดว่าคิดว่าตัวเองเป็นยิ่งกว่าหนูตะเภา เขาเปี่ยมไปด้วยความกล้า ความมีน้ำใจ และยึดมั่นในความยุติธรรม ดั่งเช่นอัศวินในตำนานที่เขาได้อ่านมา แต่ในสายตาของคนอื่นๆแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ แม้แต่พ่อ แม่และพี่ของ Despereaux เองต่างก็มองลูกคนนี้ว่า “แตกต่าง” ออก ไป , เจ้าหญิงที่มอง Despereaux เป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง หรือแม้กระทั้งราชาแห่งหนูท่อที่มอง Despereaux เป็นเพียงหนูตะเภาไม่สมประกอบด้วยขนาดหูที่ใหญ่และตัวที่เล็กกว่าปกติมาก แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าคนอื่นจะมองเราเป็นอะไรนั้น ก็ไม่สำคัญกว่าการที่เรารู้ในสิ่งที่ตัวเองเป็น และแสดงมันออกมาให้คนรอบข้างได้เห็นและเข้าใจกับมัน

กับเรื่องของ “การให้อภัย” ที่ในหนังมีอยู่ประโยคหนึ่งที่โดนใจมากที่ว่า

“เมื่อ หัวใจแตกสลายแล้ว มันจะนำคนผู้นั้นแปรเปลี่ยนไปจนนำไปสู่พลังที่ยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยความ ชั่วร้าย และความเกียจชัง แต่ยังมีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือการรู้จักให้อภัย”

เพราะในฉากสุดท้าย “การให้อภัย” คือพลังที่เปลี่ยนแปลงอาณาจักรดอร์ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง



The Tale of Despereaux จัด เป็นอนิเมชั่นที่สีสันสดใส ดูสนุกและให้อะไรกับผู้ชมพอสมควร พร้อมการเล่าเรื่องที่ทำออกมาได้ดีและน่าติดตามเลยทีเดียว มีเสียอย่างเดียวก็คือในฉากจบของเรื่องที่ดูรวบรัดตัดอารมณ์ไปนิดนึง แต่โดยรวมถือเป็นหนังที่เนื้อในดูดีกว่าใบปิดและตัวอย่างหนังที่ออกมาก่อน หน้านี้ครับ ใครชอบแนวนี้หรือใครอยากฟังเสียงสาวน้อย Emma Watson ถือว่าไม่ควรพลาด

คัดลอกจาก บล็อกนาย ++ Negima ++(ขอบคุณมากค่ะ)

 

Comment

Comment:

Tweet

เจ๋งๆ

#2 By noi (202.28.6.18) on 2009-08-05 13:16

อยากดูเรื่องนี้จังเลยอ่ะ

#1 By Mika on 2009-07-16 13:35